10 ผักหลากสี วิตามินสูงต้านโรค
กินผักแล้วดี เพราะผักมีประโยชน์ แต่นอกจากประโยชน์ในด้านสารอาหารแล้ว รู้ไหมคะว่าผักบางชนิดยังมีสรรพคุณรักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยของเราได้อีกด้วย ใครที่ป่วยแล้วอยากให้อาการป่วยหายไว ๆ ลองกินผักเหล่านี้เข้าไปช่วยก็ได้ ลองมาดูว่าผักรักษาโรค มีผักอะไรบ้าง
1. มะระขี้นก (Bitter Cucumber)
สมุนไพรลูกเล็กที่มีกลไกเด่นในการช่วยรักษาและต้านโรคเบาหวาน โดยสารสำคัญในมะระขี้นกจะช่วยเสริมการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน เพิ่มความไวต่อการตอบสนองอินซูลินของกล้ามเนื้อ ยับยั้งการหลั่งกลูโคสในลำไส้เล็ก และช่วยเสริมการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุล
2. ผักเชียงดา (Gymnema)
ผักพื้นบ้านที่ได้ฉายาว่า "ผักฆ่าน้ำตาล" มีสรรพคุณเด่นเรื่องการลดน้ำตาลในเลือด เนื่องจากมีสารสำคัญที่ชื่อว่า Gymnemic Acid ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการขนส่งและชะลอการดูดซึมน้ำตาลในลำไส้เล็ก ทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลิน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมเบาหวาน
3. ตำลึง (Ivy Gourd)
ผักริมรั้วหาง่ายที่มีผลเด่นชัดในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จากการศึกษาทางคลินิกพบว่า การรับประทานใบตำลึงร่วมกับมื้ออาหารมีส่วนช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นิยมใช้เถาแก่ต้มน้ำดื่มหรือทานเป็นกับข้าว เพื่อช่วยควบคุมและดูแลระบบหมุนเวียนเลือด
4. หัวปลี (Banana Blossom)
อาหารบำรุงสุขภาพสำหรับคุณแม่หลังคลอด มีสรรพคุณสำคัญในการบำรุงเลือดและช่วยขับน้ำนม ยิ่งไปกว่านั้น หัวปลียังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม มีทานอล (Methanol) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย และช่วยป้องกันการอักเสบต่างๆ ในร่างกาย
5. หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus)
ผักกรอบอร่อยที่มีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากมีใยอาหารสูงที่ช่วยในระบบย่อยอาหาร และมีคาร์โบไฮเดรตชนิดพิเศษที่ช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ส่งผลให้กรดและแก๊สในกระเพาะอาหารลดลงโดยไม่ต้องพึ่งยา
6. ผักบุ้ง (Morning Glory)
ผักหาง่ายคู่ครัวไทยที่เด่นที่สุดในเรื่องการบำรุงดวงตาและสายตา เพราะอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนปริมาณสูง ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยรักษาอาการตาแห้ง ตาล้า บรรเทาอาการแสบตาจากการจ้องหน้าจอนานๆ และช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตา
7. ผักปวยเล้ง (Spinach)
ผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและธาตุเหล็ก มีสรรพคุณเด่นในการบำรุงและรักษาอาการเสื่อมของดวงตา เช่น โรคตาบอดกลางคืน ทั้งยังช่วยรักษาและป้องกันโรคโลหิตจาง รวมถึงช่วยบรรเทาอาการเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ เช่น เลือดกำเดาไหล ได้ดีอีกด้วย
8. กระเจี๊ยบเขียว (Okra)
ผักที่มีเมือกลื่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเมือกนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษาโรคกระเพาะอาหาร โดยมีสารประกอบที่ช่วยยับยั้งไม่ให้แบคทีเรียตัวร้ายเกาะเยื่อบุกระเพาะอาหารได้ยาก บรรเทาอาการแผลในกระเพาะ และช่วยเคลือบทางเดินอาหารให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์
9. ใบบัวบก (Gotu Kola)
สมุนไพรยอดฮิตที่ขึ้นชื่อเรื่องแก้ช้ำในและลดอาการเส้นเลือดขอด สารสกัดในใบบัวบกมีส่วนช่วยลดการรั่วไหลของหลอดเลือดดำ บรรเทาการอักเสบของเนื้อเยื่อภายใน ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานดีขึ้น และช่วยสมานแผลในร่างกายให้หายเร็วขึ้น
10. มะระ (Bitter Melon)
ผักรสขมที่มีประโยชน์ซ่อนอยู่มากมาย โดยความขมของมะระมาจากสาร โมโมดิซีน (Momordicine) ซึ่งมีสรรพคุณโดดเด่นในการช่วยเจริญอาหาร กระตุ้นความอยากอาหารในคนไข้หรือผู้สูงอายุ ช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยระบบขับถ่าย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น